ก่อนอื่น กด Ctrl+F5 1 ครั้ง จะได้พบกับอะไรใหม่ๆ อิอิ
โผล่หัวกลับมา หลังจากหาทางเข้าบล๊อกไม่เจอไปซะนาน
คราวนี้กลับมาพร้อมคำว่า
"จบแล้ว"
จบแล้วจริงๆ นะ 6 ปีอันแสนยาวนาน
แต่เมื่อมองจากจุดนี้ ตรงนี้ ที่เป็นอยู่ขณะนี้
6 ปีที่ผ่านไป ไม่ใช่เวลาที่ยาวนานอะไรเลย
ยังรู้สึกเหมือนว่า เพิ่งไปงานรับน้องเป็นน้องเล็กสุดในสายรหัสมาได้ไม่นาน
ปี 1 ที่ศาลายา ชีวิตสนุกสนาน
ปั่นจักรยานวนไปวนมาทุกวัน
ปี 2 ข้ามฟากมา ก็โตขึ้นจากปี 1 เยอะแยะนะ
เริ่มรู้สึกได้ว่า เฮ้ย ! นี่เราเริ่มเข้าใกล้คำว่าหมอขึ้นอีกนิดนึงแล้วนะ
ต้องผจญภัยกับกลิ่นฟอร์มาลีนที่แสบจมูกได้อีก
แต่เรียนไปเรียนมาก็ชินอ่ะนะ ฮ่าๆ
Gross Anatomy เป็นอะไรที่ fav สุดแล้วสำหรับปีสองเนี่ย
เป็นปีแรกเลยที่รู้สึกว่าแม่งงงจะต้องอ่านหนังสืออะไรมากมายขนาดนี้
ท่องหัวโต สมองบวม ก็ยังรู้สึกว่าเฮ้ยทำไมยังไม่หมดอีก !
แต่ก็ผ่านมาได้โดยสวัสดิภาพ
ปี 3 ปีนี้ก็เริ่มเรียนเรื่องโรคภัย ขยับเข้าใกล้คำว่าหมอมากอีกคืบนึง
แต่ปีนี้ทุกข์มหาศาลอยู่ที่ตอนอ่านหนังสือสอบ
ตอนปีสองว่าอ่านเยอะแล้ว ปีสามนี่แบบเยอะกว่าอีก -"-
สอบทุกครั้ง กลัวตกทุกครั้ง แต่สุดท้ายก็รอดอ่ะนะ
ปี 4 ปีนี้ได้สัมผัสกับชีวิตหมอๆ มากขึ้น
ยังจำความรู้สึกตอนไปซักประวัติตรวจร่างกายเองครั้งแรกได้เลย
ตื่นเต้น มือไม้ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหนดี
แต่ก้ต้องทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือหน่อย เดี๋ยวคนไข้จะไม่ศรัทธา
ปี 5 ปีนี้ก็โตขึ้นอีก ต้องรู้นั่นรู้นี่ ได้รับความคาดหวังจากรอบข้าง
เพราะอีกปีเดียวก็จะเป็น extern แล้ว ต้องรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็พยายามจะรู้ให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กัน
ไม่มีใครทำอะไรได้สมบูรณ์แบบหรอกเนอะ
ปี 6 ในที่สุดก็มาถึงก้าวสุดท้าย ปีนี้เป็นอะไรที่สนุกมาก
มีความสุขทุกๆ วัน แต่ในความสุขก็มีความทุกข์ที่ไม่น่าเชื่อซ่อนอยู่
ปีนี้มีทั้งวันที่ยิ้มได้ทั้งหน้าและทั้งใจ
และก็มีวันที่รู้สึกแย่ เหนื่อย ท้อใจจนต้องร้องไห้ออกมา
ปีนี้เป็นปีที่เราได้รู้ซึ้งถึงคำว่ามิตรภาพจริงๆ
เพื่อนๆ คอยช่วยเหลือกันตลอด จนกระทั่งทุกคนมีวันนี้ เวลานี้ได้
พอมองย้อนกลับไป 6 ปี ไม่ใช่เวลาที่ยาวนานอะไรเลย
วูบหนึ่งในวันสุดท้ายที่สอบเสร็จ
รู้สึกดีใจที่ในที่สุดก็จบซะที 6 ปีที่ตรากตรำร่ำเรียนมา
แต่พอดีใจไปสักพัก ความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งก็แทรกเข้ามา
เมื่อเรียนจบ ก็ต้องมีคำว่าลาจาก
เราต้องแยกจากเพื่อนๆ ที่เคยอยู่ด้วยกัน เห็นหน้าค่าตากันมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ในที่สุดอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็ถึงเวลาที่ต้องแยกทางกันเดิน
แต่ละคนก็มีเส้นทางของตัวเองที่จะเดินต่อไป
พอมองถึงอนาคตในวันข้างหน้า
ความรับผิดชอบอีกมากมายที่รออยู่
เราก็ยังรู้สึกกลัว กลัวว่าจะไม่สามารถทำได้อย่างที่ควรจะเป็น
แต่เมื่อเวลามาถึง ก็คงไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงอะไรได้
คงต้อง "พยายาม" ให้ถึงที่สุด
จะใช้สิ่งที่ได้เก็บเกี่ยวมาตลอด 6 ปีให้เป็นประโยชน์สูงสุด
เพื่อที่จะให้คนไข้ที่มาหาเรา
ได้รับแต่สิ่งดีๆ กลับไป
เราจะพยายาม
มันเกี่ยวกับด้วยเหรอ อิอิ